posted on 07 Aug 2009 00:41 by ibug in Buddha
วันนี้ท้องยังไม่ค่อยดีเลย อยู่บ้านทั้งวัน แล้วก็นอนมากกว่า
เบื่อๆ จากนอน ก็ลุกมาเดิน เคลื่อนไหว กับนั่งสมาธิตามรูปแบบที่เคยทำ เหมือนทุกๆ วัน
เรื่องของเรื่องก็คือ
ตอนที่นั่งสมาธิรู้ลมเข้าออก(เป็นหลัก) ไปเรื่อยๆ นั้น อยู่ดีๆ มันก็วูปไป ชั่วขณะ เป็นพักๆ เลย แล้วตอนที่วูปนั้น มันไม่มีอะไรเลย ไม่รับรู้อะไรเลย เหมือนโลกนี้ หายไปเฉยๆ พอมันตื่นขึ้นมา มันก็ตามรูปลม หรืออะไรๆ ที่เคลื่อนไหวในกายในใจต่อไปแหล่ะ แต่ครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเลิกนั่ง มันก็วูปอีกหน แต่ทีนี้พอตื่นขึ้น ใจมันโปร่งโล่งเบา แวปนึง
จริงๆ เรื่องอาการวูปนี่ มันก็เคยเกิดตอนนั่งสมาธิ(หลับตา) แล้วล่ะ เพียงแต่วูปตอนนั่งคราวนี้ มันวูปหลายๆ รอบติดๆ กัน แล้วครั้งสุดท้าย มันตื่นแบบโปร่งโล่งเบามาด้วยแฮะ
อาการมันจะเหมือนตอนวูปแล้วหลับไปเลยน่ะ แต่มันไม่ได้หลับนะ มันวูปแ้ล้วมันตื่นเลย ชั่วขณะจริงๆ
ก็ไม่ได้อะไรกับมันมาก ยังตามรู้ต่อไปเช่นเดิม แต่ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจดี เลยเขียนเก็บไว้ดีกว่า ^-^
posted on 07 Aug 2009 00:33 by ibug in Buddha
จะว่า เหมือนมีอะไรมาพิสูจน์ใจ ก็เหมือนคิดเอาเองมากกว่า
แต่มันเป็นแบบนี้ทุกที เมื่อก่อนก็เคยจริงๆ จังๆ อย่างงี้แหล่ะ แล้วก็มีเรื่องอะไรไม่รุ้ ประดังเข้ามาเยอะแยะเลย
แต่ก็เอาเถอะ มาก็มา เพราะทุกอย่าง เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป ไม่มีอะไรคงอยู่ถาวรหรอก และ ถ้าจะพิสูจน์ของจริง ก็ต้องอยู่ในทุกสภาพ ได้สิ
เมื่ออาทิตย์ก่อน ปวดหัวมากมาย ปกติกินพาราสองเม็ด นอนพักหน่อย ก็หายและ แต่ไม่รู้เป็นไร ไม่หายแล้ว ยิ่งนอนยิ่งปวด แต่พอลุกขึ้นมาหาไรทำ ให้สบายใจ ผ่อนคลายหน่อย ก็ดีขึ้นแฮะ แปลกดี
พอหลังจากหายปวดหัวไม่นาน ปวดท้องอีกและ คราวนี้ปวดมาอาทิตย์นึงเลย (จน ณ ตอนนี้ก็ยังปวด) เพิ่งไปหาหมอเมื่อวาน คงเป็นที่กระเพาะแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรแน่ ก็ได้ยามากินสักอาทิตย์ก่อน แต่บางวันก็ทรมานเหมือนกัน มันทำอะไรไม่ได้เลย มันดิ้นๆ (ที่ดิ้นจริงๆ ที่ใจมากกว่า) ก็พยายามกินข้าวให้ตรงเวลาแล้วพักผ่อนเยอะๆ ส่วนภาวนา ก็ทำอยู่แล้ว แต่ยังไม่ดีพอที่ช่วยทำเบนความสนใจไม่ทางอื่นที่ไม่ใช่ท้องได้ หรือเห็นร่างกายไม่ใช่เราได้ ยากอยู่เหมือนกัน
แต่
ทุกอย่างเพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สู้ต่อไป ^0^
posted on 05 Aug 2009 08:30 by ibug in Buddha
พอกลับมาภาวนาเหมืือนเดิมแล้ว อะไรๆ ก็เริ่มเข้าร่องเข้ารอย อย่างที่เคยทำมา
แต่คราวนี้ ได้ประสบการณ์ใหม่อีกอย่างนึงคือ การเอาชนะความง่วง
ในทีแรก ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาชนะอะไรหรอก (แต่จริงๆ มันก็มีความอยากเอาชนะซ่อนอยู่ลึกๆ) ก็คือตามดู ตามรู้ ไปเรื่อยๆ
ปกติ เมื่อก่อนถ้าง่วงมากๆ เข้า นอนเลยดีกว่า แต่ตอนนี้ อืมมม ลองดูมันสักตั้ง แต่ก็ไม่ไ้ด้อยากให้มันหายง่วงนะ คือจริงๆ มันก็มีความคิดแวปๆ มาว่า "ทำไมมันง่วงอย่างงี้(วะ) ไมไม่หายง่วงสักที.." มาเรื่อยๆ แหละ่ แต่ก็ตามรู้มันไปเรื่อยๆ ไม่นาน เหมือนมันไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า มันก็หลุดจากความง่วงสะยังงั้น (ผมใช้คำว่าหลุด เพราะความรู้สึกมันหลุดจริงๆ แต่ถ้าพูดเหมือนทั่วๆ ไปหน่อยก็คือ หายง่วง มาชั่วขณะ แต่มีความโปร่ง โล่ง เบา มาด้วยหน่อยๆ) แต่มันก็เกิดแปรบเดียว ไม่นานก็ง่วงอีก
ผมทำยังงี้ หลายครั้งเหมือนกัน ในตอนที่ง่วงมากๆ ซึ่งมันก็หลุด แทบทุกครั้ง แต่พอ หลุดต่อๆ กันสักสองหน ผมก็นอนเลย (เพราะมันหลุดแปบเดียวแล้วก็ง่วงอีกอ่ะแหล่ะ)
จุดประสงค์จริงๆ คือไม่ได้กะให้ถึงหายง่วงไปเลยอะไรหรอก แค่อยากลองดูว่า ตอนที่เราง่วงมากๆ เนี่ยมันจะตามดูได้มั้ย ดูแล้วจะเป็นยังไง
พอทำได้ยังงี้ มาคิดๆ ดู มันก็ดีเหมือนกันแบบเวลาเราง่วงมากๆ แต่จะภาวนาต่อ หรือ ต้องทำงาน ก็จะได้ทำต่อไปได้อีกสักพัก แต่สุดท้ายมันก็พบเอาว่า มันมีความลำพองในตัวเองขึ้นมา ว่ากูเก่ง อะไรเงี้ย อืมมม ก็ยังไม่หมด "เรา" นี่นะ ^^''
ผมก็คงยังทำแบบเดิมน่ะแหล่ะ เพียงแต่ตอนหลังมันมาเห็น "ความลำพอง" จากการเห็นความง่วงหลุดไป เท่านั้นเอง เลยมาเล่าให้ฟัง ^0^
posted on 05 Aug 2009 08:26 by ibug in Buddha
กลับมาภาวนาได้เดือนนึงล่ะ
ปกติตอนที่กลับมานี่ มักจะมีเรื่องให้ทุกข์ใจหนักมาก แต่ครั้งนี้ ก็มีแหล่ะ แต่ไม่มาก แต่อาจเป็นเพราะเพื่อนๆ น้องๆ (มัน)สนใจกัน ก็เลยเหมือนกับว่า เราก็กลับมาภาวนาด้วยเลยสิ ก็ดีเหมือนกัน
จำไม่ได้แล้วว่าทำไม ครั้งก่อนๆ ถึงเลิก(ภาวนา)ไปกลางคัน น่าเสียดาย บางทีเหมือนก้าวหน้าขึ้นล่ะ (แต่บางคนก็บอกว่าการภาวนามีแต่นับหนึ่ง) คราวนี้จะพยายามใหม่ ละกัน